พอดีผมเห็นคนในวง twitter คุณ @iMenn พูดถึงหนังสือเล่มนึงชื่อ REWORK ว่าเป็นหนังสือน่าสนใจ และเห็นพี่ป้อม @Pawoot พูดถึงอีก อย่างกระนั้นเลย ผมเลยต้องลองไปคว้ามาอ่านดู หนังสือเล่มนี้ชื่อภาษาไทยคือ “ยกเครื่องความคิด” และยังมีคำโปรยที่หน้าปกไว้อีกว่า…  รื้อทุกวิธีคิดในการทำงาน เปลี่ยนวิธีทำธุรกิจไปตลอดกาล ผู้เขียนคือคนที่ก่อตั้ง BaseCamp.com และคิด Framework Ruby on Rails เป็นคนในวงการ IT หรือ Tech Startup นั่นเองที่ได้ก่อตั้งธุรกิจจนประสบความสำเร็จ และเค้าก็ได้กลั่นกรองประสบการณ์ทำงานของเค้าออกมาเป็นหนังสือเล่มนี้ จุดเด่นคือแนวคิดที่เค้าใช้สร้างธุรกิจนั้นมันค่อนข้างแตกต่างจากความเชื่อหลายๆอย่างที่คนเชื่อกัน สรุปมาเป็นไอเดียง่ายๆ บทสั้นๆ

rework

 

ในบทความอันนี้ผมเลยอยากเอาแง่คิดที่ผมอ่านแล้วคิดว่าตรงกับประสบการณ์ที่ผมมีในการทำ Tech Startup มาแชร์ แต่ละไอเดียจะผสมกันระหว่างการสรุปแง่คิดจากในหนังสือและแง่คิดจากการทำธุรกิจของผมเองด้วยครับ งั้นก็เชิญเสพได้เลยครับ 😀

ชำแหละธุรกิจ

อย่าสนใจโลกแห่งความจริง

เคยมั้ยที่เวลาเราปิ๊งไอเดียในการสร้างธุรกิจใหม่ แล้วเราลองเอาไปปรึกษาใครบางคนที่เราคิดว่าเก่งกว่าเรา หรือ”เก๋า”กว่ารา แล้วคำแนะนำของเค้าคือ “ในโลกความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้หรอก” มันไม่ใช่ครับ คุณไม่จำเป็นต้องไปเชื่อคนนั้น มันทำให้คุณเสียกำลังใจเปล่าๆ โลกที่ว่าอาจจะเป็นโลกแห่งความจริงของเขา แต่คุณไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในโลกนั้นซักหน่อย ประสบการณ์ตรงของผมเองก็เคยเจอมาเหมือนกัน ก่อนที่ผมจะตั้งธุรกิจใหม่ขึ้นมา ได้เคยเจอคนมาบอกว่ามันไม่น่าจะไปรอดหรอก แต่ผมก็ไม่เชื่อ เค้าไม่ได้รู้ดีไปกว่าเรา เราเท่านั้นที่รู้ดีในธุรกิจของเราที่สุด และมองภาพมันชัดที่สุด เพราะฉะนั้นเวลามีใครมาบอกกับคุณว่าในโลกแห่งความเป็นจริงมันเป็นไปไม่ได้ ขอให้คุณนิ่ง แล้วคิดก่อนครับว่าคุณไม่จำเป็นต้องเชื่อเค้า มันเป็นไปไม่ได้ในมุมเค้าเท่านั้นครับ

ความล้มเหลวไม่ใช่ส่วนหนึ่งของวงจรชีวิต

การเรียนรู้จากความผิดพลาด มันไม่ได้มีค่าอะไรขนาดนั้นหรอก ผมว่าคนไทยต้องเคยได้ยินคำสอนที่ว่าให้รีบล้มเหลวตั้งแต่เนิ่นๆ เราจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากความล้มเหลวนั้น แต่ REWORK กลับคิดอีกแง่นึงซึ่งผมเห็นด้วยว่า เราจะไม่ได้เรียนรู้อะไรมากเลยจากความล้มเหลว เราจะได้เรียนรู้สิ่งที่มีค่ามากกว่าจากความสำเร็จครับ ประสบการณ์จากสิ่งที่คุณทำถูกต้องจนคุณประสบความสำเร็จจะช่วยให้คุณยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จยิ่งๆขึ้นไปอีก คุณไม่จำเป็นต้องล้มเหลวก่อนถึงค่อยประสบความสำเร็จได้

การวางแผนคือการคาดเดา

การวางแผนก็คือการคาดเดา และแผนธุรกิจที่เราทำก็คือสิ่งที่เราคาดการณ์สิ่งต่างๆจากในอดีตและปัจจุบันเท่านั้นเอง แผนการจะไปไม่ได้สวยนักถ้าขาดการปรับปรุงระหว่างทาง เหตุผลเพราะว่าคุณจะมีข้อมูลมากที่สุดในขณะลงมือทำ ไม่ใช่ก่อนลงมือทำ “การทำงานโดยไม่มีแผนงานอาจเป็นเรื่องน่ากลัว แต่การหลับหูหลับตาเดินหน้าตามแผนโดยไม่สนใจความจริงรอบตัวเลยยิ่งน่ากลัวกว่าหลายเท่า”

ทำไมต้องขยาย

บริษัทที่ใหญ่เกินไปจะทำอะไรทีก็อุ้ยอ้ายเชื่องช้า ปรับเปลี่ยนอะไรทีก็ยากลำบากไม่คล่องตัว เติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปและดูว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุด ดีกว่าจ้างพนักงานก่อนถึงเวลาที่เหมาะสม อย่ากลัวที่จะตั้งเป้าหมายให้ธุรกิจมีขนาดเล็ก การสร้างธุรกิจที่อยู่ได้ด้วยตัวเองและทำกำไรได้ดีเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจเสมอ ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหนก็ตาม

บ้างาน

ถ้าคุณทำแต่งานจนหามรุ่งหามค่ำ คุณก็จะเป็นคนที่วางลำดับความสำคัญไม่ได้ คุณไม่รู้ว่าอะไรควรทำก่อนหลัง อะไรที่คุณควรทุ่มเวลาให้เป็นพิเศษ และสุดท้ายคุณก็จะเหนื่อยล้าเกินไปจนทุกอย่างมันดูแย่ลงเรื่อยๆ คุณต้องแบ่งเวลาให้เป็นครับ (แนะนำให้ลองอ่าน “การใช้ชีวิตเปรียบเหมือนการเล่นจั๊กกลิ้ง”)

ออกตัว

ประทับร่องรอยไว้ในจักรวาล

ถ้าเราจะทุ่มเททำอะไรซักอย่างทั้งทีแล้วล่ะก็ ขอใ้ห้อย่าคิดแค่ทำเพื่อทำเงิน ลุยทั้งทีก็ขอให้ตั้งเป้าหมายให้สูง ตั้งให้ธุรกิจเรามีประโยชน์ต่อผู้คนในวงกว้าง สร้างสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงให้โลกน่าอยู่ขึ้นครับ

คันเองก็เกาเอง

เมื่อคุณสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ คุณจำเป็นต้องตัดสินใจเรื่องๆเล็กๆน้อยๆมากมายทุกวัน ถ้าคุณกำลังสร้างสินค้าเพื่อแก้ปัญหาให้คนอื่น มันก็ไม่ต่างอะไรกับการแก้ปัญหาในความมืิด แต่ถ้าคุณกำลังแก้ปัญหาให้ตัวเอง ทุกอย่างจะสว่างไสวขึ้นทันที คุณจะรู้แน่ชัดว่าอะไรคือสิ่งที่ถูกต้อง

เริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่าง

การมีไอเดียทำเว็บไซต์แบบอีเบย์กับการลงมือสร้างอีเบย์ขึ้นมาจริงๆนั้นมันเป็นคนละเรื่องกันเลยครับ สิ่งที่คุณลงมือทำจริงนี่สิสำคัญ ไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด พูด หรือแค่วางแผนไว้ ถ้าคุณยังไม่ได้ลงมือทำอะไร ไอเดียคุณก็ยังเป็นแค่ไอเดียอยู่เท่านั้นเอง ของแบบนี้ใครๆเขาก็มีกันทั้งนั้น ไอเดียเป็นของราคาถูกและมีอยู่เกลื่อนกลาด คำถามสำคัญคือคุณจะนำไอเดียนั้นไปทำให้เป็นจริงขึ้นมาได้ยังไงต่างหากครับ

เดินหน้า

มีความสุขกับข้อจำกัด

ผู้ที่เริ่มตั้งต้นทำธุรกิจอย่าง Tech Startup ต้องมีข้อจำกัดเรื่องทรัพยากรทั้งบุคคลและเงินทุน ข้อจำกัดนี่แหละเป็นข้อได้เปรียบที่คุณอาจมองข้ามทรัพยากรที่มีอยู่ไม่มากนัก ทำให้คุณต้องสร้างงานจากสิ่งที่คุณมีอยู่ คุณจะปล่อยให้อะไรเสียเปล่าไม่ได้ และนั่นคือสิ่งที่บังคับให้คุณต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ และคุณจะแปลกใจเมื่อเห็นว่าคุณเองสามารถทำอะไรได้มากมานแม้จะมีทรพยากรอยู่เพียงน้อยนิด เพระาฉะนั้นก่อนที่คุณจะบ่นว่า “ไม่พอ” ลองพยายามคิดดูก่อนว่าคุณสามารถทำอะไรได้มากแค่ไหนจากสิ่งที่คุณมีอยู่

สร้างสินค้าให้เสร็จครึ่งหนึ่ง ดีกว่าสร้างสินค้าเสร็จสมบูรณ์แต่ไม่ได้เรื่อง

คุณสามารถเปลี่ยนไอเดียยอดเยี่ยมให้กลายเป็นสินค้าที่โหลยโท่ยโดยการยัดทุกอย่างลงไปพร้อมๆกันในคราวเดียวกัน คุณทำทุกอย่างที่ต้องการให้ออกมาดีทั้งหมดไม่ได้หรอก คุณมีข้อจำกัดเรื่องเวลา ทรัพยากร ความสามารถ และสมาธิ แค่ทำสิ่งเดียวให้ดีก็ยากมากพอแล้ว สละไอเดียที่คุณชอบไปเสียบ้างเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น ทำเสร็จแค่ครึ่งเดียวแต่เจ๋ง ดีกว่าคุณทำทุกอย่างทุกไอเดียที่คุณชอบแต่สุดท้ายได้แต่สินค้าเห่ยๆออกมา ต้อง Focus ครับ!

เริ่มต้นที่จุดศูนย์กลาง

เมื่อคุณเริ่มต้นสสิ่งใหม่ ความสนใจของคุณจะถูกแบ่งออกไปหลายทิศทาง มีทั้งสิ่งที่คุณทำได้ สิ่งที่คุณอยากทำ และสิ่งที่คุณต้องทำ คุณควรเริ่มต้นจากสิ่งที่คุณต้องทำก่อน เริ่มต้นที่จุดศูนย์กลาง วิธีการในการค้นหาจุดศูนย์กลางของธุกิจคุณคือการถามตัวเองว่า “ถ้าตัดส่วนนี้ออก เราจะยังขายสิ่งที่เราต้องการได้หรือเปล่า” คิดให้ออกว่าส่วนไหนที่ตัดออกได้ ถ้าคุณยังทำงานต่อไปได้เมื่อตัดส่วนนั้นทิ้งไป ก็แสดงว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่จุดศูนย์กลางของธุรกิจคุณ คุณก็จะรู้ว่าคุณควรทุ่มเทพลังทั้งหมดไปที่ตรงไหน ส่วนอื่นๆที่เหลือจะดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับรากฐานที่สำคัญตรงนี้นี่เอง ในช่วงเริ่มต้นคุณอย่าเพิ่งสนใจรายละเอียดปลีกย่อย ให้ลงมือทำสิ่งสำคัญก่อนแล้วคุณจะรู้ว่ารายละเอียดปลีกย่อยตรงไหนที่ขาดหายไป

การฟันธงคือการเดินไปข้างหน้า

พยายามเปลี่ยนจากการพูดว่า “เอาไว้คุยกันอีกทีวันรุ่งนี้” มาเป็น “ตัดสินใจกันเลยดีกว่า” บังคับตัวเองให้ตัดสินใจตอนนี้ อย่ารอทางออกที่สวยที่สุด ตัดสินใจแล้วเดินหน้าต่อทันที คุณควรทำแบบนี้ให้เป็นนิสัย เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับการตัดสินใจเรื่องต่างๆอย่างต่อเนื่อง มันก็จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนให้กกับธุรกิจของคุณ และช่วยให้คนทำงานมีกำลังใจมากขึ้น การตัดสินใจคือการเดินไปข้างหน้า

ทำตัวเป็นนักคัดเลือก

สิ่งที่คุณคัดทิ้งนั่นแหละสำคัญ คุณควรพยายามมองหาว่าอะไรที่คุณควรกำจัดออก ลดทอน และทำให้มันเรียบง่ายขึ้น จงทำตัวให้เป็นนักคัดเลือก รักษาไว้เฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริงๆ ตัดทอนส่วนเกินจนเหลือแจ่สิ่งที่สำคัญที่สุด

ให้ความสำคัญกับสิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลง

แก่นของธุรกิจควรผูกอยู่กับสิ่งที่จะไม่เปลี่ยนแปลง อะไรก็ตามที่ผู้คนต้องการในวันนี้และยังต้องการในอีกสิบปีข้างหน้า นั่นแหละคือสิ่งที่คุณควรลงทุน Amazon.com มุ่งเน้นเรื่องการจัดส่งที่รวดเร็ว(หรือฟรี) สินค้าคุณภาพที่คัดสรรมาอย่างดี นโยบายคืนสินค้าที่เป็นมิตรต่อลูกค้า และราคาที่ไม่แพงจนเกินไป สิ่งเหล่านี้เป็นความต้องการของลูกค้าเสมอ ส่วนผู้ผลิตรถยนต์ในญี่ปุ่นก็ให้ความสำคัญกับหลักการที่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือ ราคาที่ไม่แพงเกินไป และความสะดวกในการใช้งาน ผู้คนต้องการสิ่งเหล่านี้เมื่อสามสิบปีก่อน ต้องการในวันนี้ และยังต้องการในอีกสามสิบปีข้างหน้า

สร้างงาน

การขัดจังหวะเป็นศัตรูของผลผลิต

การขัดจังหวะเล็กๆน้อยๆทำให้วันทำงานของคุณถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆ คุณทำงานได้เป็นช่วงๆแต่ไม่ต่อเนื่อง ทำงานไปได้พักนึงก็มีโทรศัพท์เข้า ทำได้อีกพักนึงก็พักเที่ยง ทำงานได้อีกพักก็ประชุมบ่าย รู้ตัวอีกทีก็ได้เวลาเลิกงาน คุณทำงานได้ไม่ดีหรอกถ้าคุณต้องเริ่ม หยุด เริ่ม หยุด อยู่ตลอดเวลา ช่วงที่คุณปลีกวิเวกได้คือช่วงที่คุณทำงานได้มากที่สุด นอกจากนั้นเมื่อคุณต้องทำงานร่วมกับคนอื่น พยายามใช้วิธีการสื่อสารที่ช้าลงหน่อย (เช่นอีเมล์) ซึ่งไม่จำเป็นต้องโต้ตอบทันที แทนที่จะใช้วิธีการสื่อสารที่ทำให้ต้องหยุดทำงาน (เช่นการแชท โทรศัพท์ หรือการประชุม) นั่นจะช่วยให้ผู้ร่วมงานสามารโต้ตอบกลับได้ในเวลาที่เค้าสะดวก ไม่ใช่ถูกบังคับให้ต้องหยุดทันที

การประชุมก็เหมือนสารพิษ

การประชุมเป็นการขัดจังหวะการทำงานที่ร้ายแรง เป็นการใช้เวลาของผู้เข้าร่วมประชุมทุกๆคน ถ้าบริหารการประชุมออกมาไม่ได้ก็ืำจะทำให้เวลาผู้เข้าประชุมทั้งหมดสูญเปล่าสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ แนวทางทำให้กระประชุมได้ประโยชน์มากที่สุดคือ

  • ตั้งนาฬิกาจับเวลา เมื่อนาฬิกาดัง การประชุมต้องจบ ไม่มีข้อยกเว้น
  • เรียกคนเข้าร่วมประชุมให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • มีระเบียบวาระที่ชัดเจนเสมอ
  • เริ่มต้นด้วยปัญหาที่เฉพาะเจาะจง
  • นัดประชุมในสถานที่ที่เกิดปัญหา ชี้ไปที่ปัญหาและเสนอแนะวิธีแก้ไขที่จับต้องได้จริง
  • จบการประชุมด้วยทางออกสำหรับปัญหา และระบุตัวผู้ที่จะนำไปปฏิบัติให้เกิดผล

ชนะในพริบตา

ถ้าคุณต้องทำโปรเจคใหญ่ๆ ให้คุณลองแบ่งงานออกเป็นชิ้นส่วนย่อยๆ (Divide and Conquer) ตั้งเป้าหมายที่เราต้องการบรรลุระหว่างทางทีละอันๆเพื่อว่าเราจะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ทุกวัน ทำให้คุณมีข่าวดีและชัยชนะทุกวันเรื่อยๆ เมื่อคุณมีอะไรใหม่ๆออกมาทุกสองอาทิตย์ ทีงานของคุณจะมีขวัญและกำลังใจในการทำงานเพิ่มขึ้น และลูกค้าคุณก็จะรู้สึกตื่นเต้นไปด้วย

คู่แข่ง

อย่าเลียนแบบ

การเลียนแบบคือสูตรสำเร็จของการล้มเหลว การเลียนแบบคือการทำสิ่งต่างๆโดยขาดความเข้าใจ ทั้งที่ความเข้าใจเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้คุณก้าวหน้า เก็บงานดีๆของคนอื่นมาเป็นแรงบันดาลใจ แต่อย่าทำตัวเป็นขโมย

สร้างความพิเศษให้กับสินค้าของคุณ

คุณสามารถป้องกันตัวเองจากนักก๊อปปี้ด้วยการนำตัวตนของคุณใส่ลงไปในสินค้าหรือบริการด้วย เติมวิธีคิดที่ไม่เหมือนใครลงไปในสิ่งที่คุณขาย สร้างความพิเศษให้กับสินค้า ทำให้มันกลายเป็นอะไรบางอย่างที่คนอื่นไม่สามารถทำตามได้ Zappos.com เป็นร้อนขายรองเท้าออนไลน์ จุดแตกต่างของเค้าคือการใส่ใจในการบริการลูกค้าอย่างยิ่งยวด วัฒนธรรมทั้งองค์กรที่เป็นการให้บริการลูกค้าด้วยใจ ขอให้คุณเทใจใส่ลงไปในทุกๆสิ่งรอบๆสินค้าของคุณ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการขาย วิธีการประชาสัมพันธ์ วิธีการอธิบายรายละเอียดสินค้า และวิธีการจัดส่งสินค้า คู่แข่งไม่มีทางที่จะลอกเลียนตัวตนของคุณในสินค้าที่คุณสร้างขึ้นมาได้เลย

ทำให้น้อยกว่าคู่แข่ง

เปลี่ยนมาชนะคู่แข่งด้วยการทำให้น้อยกว่าดูบ้าง “Less is More” ลองปล่อยปัญหาใหญ่ๆที่ยุ่งยากให้คู่แข่งของคุณแก้ แทนที่จะทำให้มากกว่า ลองทำให้น้อยกว่าดู ทำให้สินค้าคุณเรียบง่าย ใช้งานง่ายๆไม่ยุ่งยากซับซ้อน

ประชาสัมพันธ์

สร้างกลุ่มผู้ชม

เมื่อคุณสร้างกลุ่มผู้ชมได้ คุณก็ไม่จำเป็นต้องควักเงินซื้อความสนใจของผู้คนอีกต่อไป พวกเค้าพร้อมจะมอบความสนใจให้กับคุณด้วยตัวเองอยู่แล้ว นี่คือข้อได้เปรียบอย่างมหาศาล ดังนั้น คุณควรสร้างกลุ่มผู้ชมด้วยการพูด เขียน สร้างบล๊อค ทวีต ถ่ายวีดีโอ หรืออะไรก็ได้ แบ่งปันข้อมูลที่มีประโยชน์ให้กับคนอื่นๆ ซึ่งจะช่วยคุณสร้างกลุ่มผู้ชมได้อย่างช้าๆแต่แน่นอน จากนั้นเมื่อคุณต้องการเผยแพร่อะไรบางอย่าง คุณก็จะมีกลุ่มผู้ชมที่พร้อมจะเงี่ยหูฟังคุณตลอด

แข่งด้วยการสอน

แทนที่จะพยายามแข่งกันใช้จ่ายเงิน แข่งกันขายของ หรือแข่งกันสปนเซอร์ในงานต่างๆ ลองหันมาแข่งกันด้วยการสอนดูบ้าง การสอนอาจเป็นสิ่งที่คู่แข่งคุณไม่ได้นึกถึงเสียด้วยซ้ำ เมื่อคุณสอน คุณจะทำให้ลูกค้าผูกพันกับคุณอย่างที่กลยุทธ์การตลาดแบบเก่าๆไม่สามารถทำได้

เปิดเผยเบื้องหลัง

คนเราอยากรู้เสมอว่าสิ่งต่างๆมีวิธีการผลิตอย่างไร อยากรู้ว่าคนอื่นๆตัดสินใจด้วยวิธีการอย่างไร ทำไมเค้าถึงตัดสินใจเช่นนั้น การปล่อยให้คนอื่นเข้ามาดูหลังม่านจะเป็นการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพวกเขา พวกเขาจะรู้สึกผูกพันกับคุณและเห็นคุณเป็นมนุษญ์จริงๆที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่บริษัทที่ไม่มีชีวิตจิตใจ พวกเขาจะเห็นความลำบากและความพยายามในการสร้างสรรค์สิ่งที่คุณกำลังขาย นอกจากนั้น พวกเขายังเข้าใจคุณมากขึ้น และชื่นชมสิ่งที่คุณกำลังทำมากขึ้น

ข่าวประชาสัมพันธ์คือขยะ

คุณเรียกข้อความขายสินค้าที่ส่งไปหาคนแปลกหน้าเป็นร้อยๆคนและหวังว่าจะมีสักคนงับเหยื่อว่าอะไร ขยะไงล่ะ แทนที่จะทำอย่างงั้น ลองโทรหาใครสักคนหรือเขียนข้อความที่เฉพาะเจาะจงถึงคนคนนั้นดีกว่า ถ้าคุณเคยอ่านบทความเกี่ยวกับสินค้าที่มีลักษณะใกล้เียงกับสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ลองติดต่อนักข่าวที่เขียนบทความนั้น บรรยายถึงธุรกิจของคุณด้วยความกระตือรือร้น น่าสนใจ เปี่ยมชีวิตชีวา ทำอะไรซักอย่างที่มีคามหมายพิเศษ ทำตัวให้แตกต่าง โดดเด่น และยากที่จะลืม นี่แหละคือวิธีการที่ดีที่สุดที่คุณจะได้รับการประชาสัมพันธ์

สื่อเฉพาะกลุ่มดีกว่าสื่อมวลชน

หันมาสนใจสื่อเฉพาะกลุ่มหรือบล๊อกเกอร์ที่เขียนถึงเรื่องที่เฉพาะเจาะจงดีกว่า อุปสรรคในช่องทางเหล่านี้น้อยกว่ามาก ถ้าคุณส่งอีเมล์ไปคุณอาจได้รับการตอบกลับภายในวันเดียว สื่อเหล่านี้ไม่มีบรรณาธิการมากมายหรือเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์เข้ามาขัดขวาง คุณไม่จำเป็นต้องฝ่าด่านอรหันต์หลายต่อหลายชั้นเพื่อเข้าถึงตัวพวกเขา

ว่าจ้าง

ลองทำด้วยตัวเองก่อน

อย่าว่าจ้างใครมาทำหน้าที่ใดหน้าที่หนึ่งโดยที่คุณยังไม่เคยลองทำมาก่อน เมื่อคุณลองทำมันแล้ว คุณจะเข้าใจธรรมชาติของงาน เข้าใจว่าผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรเป็นอย่างไร คุณจะสามารถบรรยายลักษณะงานได้อย่างชัดเจน และคุณจะรู้ว่าควรตั้งคำถามอะไรบ้างเมื่อคุณต้องสัมภาษณ์ผู้สมัครงาน คุณจะรู้ว่าควรจ้างพนักงานประจำหรือชั่วคราว ส่งงานไปทำข้างนอกหรือทำงานด้วยตัวเองต่อไป นอกจากนั้น คุณจะเป็นผู้จัดการที่ดีขึ้นด้วย คุณจะบริหารพนักงานได้ง่ายขึ้น เพราะคุณเคยทำมันมาหมดแล้ว คุณจะรู้ว่าเมื่อไหร่ควรวิจารณ์งานของพวกเรา และเมื่อไหร่คุณควรให้กำลังใจ

ว่าจ้างเมื่อเริ่มเจ็บ

เวลาที่เหมาะจะว่าจ้างพนักงานใหม่ที่สุดคือเมื่อคุณมีงานต้องทำมากเกินกว่าที่คุณจะแบกรับได้ในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ หรือเมื่อบริษัทคุณมีงานบางอย่างที่ทำต่อไม่ได้อีกแล้วถ้าไม่มีคนเข้ามาช่วย คุณควรสังเกตว่าคุณงานงานเริ่มถดถอยลงก่อน นั่นคือจุดที่ธุรกิจคุณเริ่มเจ็บปวด ซึ่งเป็นเวลาที่คุณสมควรจะว่าจ้างพนักงานเพิ่ม ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น

นักแจกงานคือตัวถ่วง ทุกคนต้องลงมือทำงาน

เมื่อคุณมีทีมขนาดเล็ก คุณต้องการคนที่จะลงมือทำงานจริง ไม่ใช่แค่แจกงานให้คนอื่นทำ ทุกคนต้องผลิตผลงานออกมาให้ได้ ไม่มีใครหน้าไหนสามารถนั่งทับงานไว้ได้ ดังนั้น คุณจึงควรหลีกเลร่ยงนักแจกงาน ซึ่งก็คือคนที่ชอบออกคำสั่งให้ผู้อื่นลงมือทำ นักแจกงานเป็นตัวถ่วงของทีมงานขนาดเล็ก ทำให้ทีมเดินต่อไม่ได้ เพราะติดกับงานไร้ประโยชน์อันแสนวุ่นวายที่เขาสั่งให้ทำ

จ้างว่าที่ผู้จัดการ

ว่าที่ผู้จัดการคือคนที่ตั้งเป้าหมายและทำให้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยตัวเอง คนเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมีใครคอยชี้แนะแนวทางมากมาย คุณไม่จำเป็นต้องคอยตรวจสอบความคืบหน้าของพวกเขาทุกวี่ทุกวัน เพราะพวกเขาบริหารจัดการงานเองได้

จ้างนักเขียนชั้นเยี่ยม

ถ้าคุณกำลังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะเลือกผู้สมัครคนไหนในบรรดาผู้สมัครสองสามคนสุดท้ายที่คุณคัดไว้ คุณควรตัดสินใจว่าจ้างคนที่เขียนเก่งกว่า เหตุผลคือ การเป็นนักเขียนที่ดีบ่งบอกอะไรมากกว่าแค่ความสามารถในการเขียน งานเขียนที่ชัดเจนเข้าใจง่ายสะท้อนถึงระบบการคิดที่ดีด้วย นักเขียนที่เก่งคือคนที่มรความสามารถในการสื่อสาร พวกเขาจะทำทุกอย่างให้เข้าใจง่าย พวกเขารู้ถึงวิธีการเข้าถึงคนหลากหลายประเภท

คนเก่งมีอยู่ทุกแห่ง

การตัดใจไม่ว่าจ้างคนที่เก่งที่สุดเพียงเพราะพวกเขาอาศัยอยู่ไกลเกินไปถือเป็นเรื่องบ้ามากๆ โดยเฉพาะในเมื่อทุกวันนี้เรามีเทคโนโลยีทันสมัยหลายอย่าง ซึ่งทำให้เราสามารถสื่อสารผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้อย่าง่ายดาย ระยะทางไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกต่อไปแล้ว จงวาจ้างคนที่มีฝีมือดีที่สุด ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

ควบคุมความเสียหาย

จัดการกับข่าวร้ายด้วยตัวเอง

เมื่อมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นจะต้องมีคนพูดถึงมันแน่ๆ คุณจะควบคุมสถาการณ์ได้ดีกว่ามากถ้าคุณพูดถึงความผิดพลาดด้วยตัวคุณเอง ไม่เช่นนั้นเท่ากับว่าคุณเปิดโอกาสให้ข่าวลือและข้อมูลผิดๆกระจายวงกว้างออกไป เมื่อมีความผิดพลาดเกิดขึ้น จงบอกกับลูกค้าของคุณไปตรงๆ (แม้ว่าลูกค้าจะยังไม่ทันสังเกตเห็น)

ความเร็วคือหัวใจสำคัญ

เมื่อคุณตอบกลับอย่างรวดเร็ว อารมณ์ของลูกค้าจะเปลี่ยนกลับอย่างหน้ามือเป็นหลังมือทันที พวกเขาจะอารมณ์ดีขึ้น สุภาพเป็นพิเศษ และส่วนใหญ่แล้วพวกเขาจะขอบคุณคุณอย่างมาก เหตุการณ์จะดียิ่งขึ้นไปอีกถ้าคุณตอบสนองอย่างเป็นกันเอง คุณจะสร้างความแตกต่างได้มากถ้าคุณตอบคำถามของพวกเขาอย่างไตร่ตรอง และแสดงให้พวกเขาเห็นว่าคุณรับฟังพวกเขาจริงๆ ต่อให้ยังไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์พอ คุณก็ยังพูดอะไรบางอย่างกับพวกเขาได้ เพียงแค่บอกว่า “ขอเวลาศึกษาอีกสักหน่อยนะครับ แล้วผมจะรีบติดต่อกลับไป” ก็เป็นคำตอบที่มีค่ามหาศาลแล้ว

จับทุกคนมาอยู่แถวหน้า

ทุกคนในทีมควรมีอกาสได้รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าโดยตรง อาจจะไม่จำเป็นต้องทุกวัน แต่อย่างน้อยก็สัก 2-3 ครั้งต่อปี นี่เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้คุณเข้าใจปัญหาของลูกค้าอย่างชัดเจน และในอีกทางนึง ความพึงพอใจหรือความยินดีของลูกค้าที่เกิดขึ้นเมื่อปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว ก็สร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงานคุณได้มากเช่นกัน ดังนั้น คุณจึงควรเปิดช่องทางให้คนทำงานมีโอกาสได้ฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าบ้าง อย่าปกป้องใครจากการถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาเด็ดขาด

วัฒนธรรม

คุณสร้างวัฒนธรรมขึ้นมาเองไม่ได้

วัฒนธรรมที่เกิดขึ้นอย่างปุบปับนั้นไม่ใช่ของแท้ มันเหมือนระเบิดลูกใหญ่ที่ประกอบไปด้วยพันธกิจ แถลงการณ์ กฎต่างๆ มันสร้างได้วัฒนธรรมปลอมๆที่ฉาบไว้ภายนอก แต่วัฒนธรรมแท้ๆคือคราบสนิมที่เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป คุณสร้างวัฒนธรรมขึ้นมาเองไม่ได้ นี่คือสาเหตุที่บริษัทเปิดใหม่ยังไม่มีวัฒนธรรมองค์กร วัฒนธรรมเป็นผลพลอยได้ของพฤติกรรมที่ทำมานาน ถ้าคุณส่งเสริมให้ผู้คนแบ่งปัน การแบ่งปันก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมองค์กร ถ้าคุณให้รางวัลกับความไว้วางใจ ความไว้วางใจก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่ง และถ้าคุณดูแลลูกค้าอย่างจริงใจ การดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจก็จะกลายเป็นวัฒนธรรมในองค์กรของคุณ ดังนั้น อย่ากังวลกับวัฒนธรรมให้มากนัก อย่าบีบบังคับให้มันเกิดขึ้น คุณต้องใช้เวลาบ่มเพาะเพื่อให้ได้เหล้าชั้นดี

การตัดสินใจเป็นแค่เรื่องชั่วคราว

ถ้าสถานการณ์เปลี่ยน คุณก็สามารถเปลี่ยนการตัดสินใจเสียใหม่ได้ การตัดสินใจเป็นแค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้นเอง จงตัดสินใจในสิ่งที่เหมาะสำหรับตอนนี้แล้วค่อยกังวลถึงอนาคตในภายหลังดีกว่า เมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีขนาดใหญ่แล้ว บริษัทขนาดเล็กมีข้อได้เปรียบที่สามารถเปลี่ยนทิศทางได้ง่ายและรวดเร็วกว่าหลายเท่า คุณจึงควรให้ความสนใจกับปัจจุบัน  อย่าเพิ่งกังวลถึงอนาคต ไม่เช่นนั้นคุณจะเสียพลังงาน เวลา เงินไปโดยเปล่าประโยชน์กับปัญหาที่อาจจะไม่เกิดขึ้นด้วยซ้ำ

พนักงานของคุณไม่ใช่เด็กอายุ 13

คุณจะได้อะไรบ้างจากการห้ามพนักงานทำสิ่งต่างๆเช่น ห้ามเล่น Facebook, Youtube ระหว่างเวลางาน คำตอบคือคุณไม่ได้อะไรเลย เวลาเหล่านั้นไม่ได้ผันมาเป็นเวลาทำงานหรอก สุดท้ายพนักงานของคุณก็จะหาวิธีอื่นเพื่อผักผ่อนหย่อนใจก็เท่านั้นเอง คุณไม่มีทางได้เวลาทำงานเต็ม 8 ชม.ต่อวันจากพนักงานคุณอยู่แล้ว นั่นมันเป็นความฝัน พนักงานอาจนั่งอยู่ออฟฟิส 8 ชม.เต็ม แต่พวกเข้าไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเต็ม 8 ชม.แน่ๆ คนเราจำเป็นต้องพักผ่อนหย่อนใจบ้าง มันทำให้ความซ้ำซากจำเจของวันทำงานน่าเบื่อน้อยลง

อย่าสร้างแผลเป็นจากการบาดเจ็บครั้งแรก

นโยบายก็เหมือนกับรอยแผลเป็นขององค์กร มันคือการจับเอวความตื่นตูมมาตั้งเป็นกฎระเบียบ ทั้งที่เหตุการณ์นั้นไม่น่าจะเกิดขึ้นด้วยอีกซ้ำ มันคือการลงโทษคนทั้งหมู่คณะจากความผิดของคนคนเดียว ดังนั้น อย่าสร้างแผลเป็นจากการบาดเจ็บครั้งแรก อย่ากำหนดนโยบายขึ้นเพียงเพราะคนคนหนึ่งทำผิดแค่ครั้งเดียว คุณควรกำหนดนโยบายเมื่อสถาการณ์ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

พูดแบบเป็นตัวคุณเอง

การพูดจาให้ดูสมเป็นบริษัทเล็กๆ ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลย การแสดงตัวตนที่แท้จริงของคุณเป็นวิธีการทำธุรกิจที่ฉลาดด้วยซ้ำ คุณมักจพสร้างความประทับใจครั้งแรกด้วยการใช้ภาษาไม่ว่าด้วยการพูดหรือการเขียน แล้วคุณจะเริ่มต้นด้วยความสัมพันธ์ที่โกหกไปทำไมล่ะ อย่ากลัวที่จะเป็นตัวของตัวเอง หลักการนี้ครอบคลุมภาษาที่คุณใช้ในทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ บนหีบห่อสินค้า การเขียนบล๊อก การนำเสนองาน ฯลฯ จงพูดกับลูกค้าเหมือนเวลาคุณพูดกับเพื่อน ลองแบบนี้ เมื่อเวลาคุณเขียน อย่าคิดถึงทุกคนที่จะต้องอ่านข้อความของคุณ คิดถึงใครคนใดคนหนึ่งแล้วลงมือเขียนเพื่อคนคนนั้น การเขียนเพื่อคนกลุ่มใหญ่จะทำให้คุณเลือกใช้คำที่ฟังดูเย็นชาไร้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติ แต่เมื่อคุณเขียนโดยมีบุคคลเป้าหมายที่ชัดเจน โอกาสที่คุณจะเขียนได้น่าอ่านก็จะเพิ่มขึ้นมากทีเดียว

แรงบันดาลใจเหี่ยวแห้งได้

แรงบันดาลใจเหมือนผลไม้สดหรือนมสด มันมีวันหมดอายุ ถ้าคุณอยากทำอะไรซักอย่าง คุณต้องลงมือทำเสียตั้งแต่ตอนนี้ คุณไม่สามารถนำมันขึ้นหิ้งแล้วรออีก 2 เดือนค่อยทำ แรงบันดาลใจเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เป็นสิ่งที่คุณสร้างผลงานได้รวดเร็วขึ้นมาก และเป็นแรงกระตุ้นชั้นเยี่ยม แต่มันจะไม่รอคุณอยู่นานนัก รีบคว้ามันเอาไว้ จับให้แน่น แล้วนำมันมาใช้งานมันมี

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s